Thai version: ช่วยชาติ English version: Road to recovery

กูรูมาตรฐานอาหาร เมล็ดพันธุ์ ต้นกล้าอาชีพ

guruตกงาน แต่ไม่ตกเลย ในโครงการต้นกล้าอาชีพ กันทางเลือกใหม่ “ที่ปรึกษาตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยอาหาร” เส้นทางใสๆ ที่ยังไม่ตีบตัน

มีกำลังใจกันได้อีกครั้ง สำหรับผู้ตกงาน หรือว่างงาน ที่อยากหาภูมิความรู้สดๆ ใหม่ๆ ใส่สมอง กับหลักสูตร การสร้างที่ปรึกษาตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร เพื่อพัฒนาการเป็นผู้เชี่ยวชาญแบบมืออาชีพ ภายใต้โครงการต้นกล้าอาชีพ ณ ศูนย์อบรมมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด)

ในขณะที่เรื่องความปลอดภัยด้านอาหารถูกพูดถึงกันมากขึ้น จนกลายเป็นกระแสของโลก กับสารพัดมาตรฐานที่ออกมาท้าทายผู้ประกอบการอาหารไทยอยู่ต่อเนื่อง บวกกับอุตสาหกรรมอาหารบ้านเรา ซึ่งยังครองอันดับจำนวนรายมากสุดเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมประเภทอื่น รวมถึงความฝันของไทยที่อยากผลักดันตัวเองเป็นครัวของโลก ทั้งหมดนี้นำมาสู่บทบาท “ที่ปรึกษามาตรฐานอาหาร” ว่ากันว่าความต้องการยังมาก สวนทางกับผู้เชี่ยวสนามที่ยังน้อยแสนน้อย

“อาชีพนี้ยังขาดแคลนอีกเยอะมาก สังเกตจากบ้านเรา 90% ทำอาหารหมด อย่างสินค้าโอท็อปส่วนใหญ่ก็เป็นอาหาร แต่เรายังมีบุคลากรที่ขาดความรู้ด้านนี้ ที่ผ่านมาบทบาทนี้จะจำกัดอยู่เพียงอาจารย์ในมหาวิทยาลัยเป็นส่วนใหญ่ โดยใช้ประสบการณ์และความน่าเชื่อถือมาเป็นที่ปรึกษา ซึ่งหากเราสามารถสร้างคนกลุ่มนี้ขึ้นมาได้ ก็เชื่อว่าจะช่วยยกระดับของอุตสาหกรรมอาหารของบ้านเราให้ดีขึ้นและแข่งขันในตลาดโลกได้”

“พงศ์ภรณ์ อนุสกุลโรจน์” ผู้จัดการสำนักงานเทคโนโลยี SME  มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) เปิดเผยถึงความต้องการที่น้อยคนจะมองเห็น

เขาบอกเราว่า ที่ปรึกษาไม่ใช่คนให้มาตรฐาน แต่เป็นคนเตรียมความพร้อมให้กับอุตสาหกรรมอาหาร เข้าสู่การขอรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานต่างๆ

“การรับรองมาตรฐานเรามีหน่วยงานให้การรับรองอยู่แล้ว บทบาทของที่ปรึกษาจะเป็นลักษณะการให้คำปรึกษาว่าถ้าโรงงานต่างๆ จะทำให้ได้มาตรฐาน อย่าง GMP  HACCP  หรือ  ISO จะต้องทำอย่างไร ต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ก่อนที่หน่วยงานผู้รับผิดชอบ อย่าง อย. หรือสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์ เหล่านี้จะเป็นผู้รับรองมาตรฐานให้”

การเรียนในหลักสูตรเพียง 20 ครั้ง ไม่เพียงพอจะออกใบรับรองให้เป็นที่ปรึกษาได้ แม้จะเป็นการสอนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ มีการลงสนามจริงไปเยี่ยมชมโรงงานต่างๆ บวกกับความหลากหลายของคนที่มาเรียนก็แตกต่างไปด้วย เรียกว่าตั้งแต่ มัธยมศึกษาปีที่ 3 ถึงระดับปริญญาโทเลยทีเดียว ซึ่งต่างคนก็ต่างเป้าหมาย ต่างประสบการณ์

ผู้จัดการสำนักงานเทคโนโลยี SME บางมด บอกเราว่า คนที่เข้ามาเรียนหลักสูตรนี้ หากต้องการไปเป็นที่ปรึกษาจะต้องไปฝึกฝน ไปอบรมเพิ่ม ซึ่งช่วงแรกอาจมาฝึกต่อกับอาจารย์ผู้สอนของที่นี่ โดยการไปลงสนามจริง ติดตามการทำงานร่วมกับอาจารย์ จนชั่วโมงบินเพิ่มขึ้น เก่งกล้าพอก็สามารถไปรับงานเองได้

อีกส่วนหนึ่งคือ การไปเป็นลูกจ้างในอุตสาหกรรมอาหาร ก็สามารถนำความรู้พื้นฐานนี้ ไปใช้สร้างโอกาสในการทำงานได้ เช่น เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานของศูนย์อาหารในห้างสรรพสินค้าต่างๆ เป็นต้น

ที่สำคัญคือ คนที่อยากทำธุรกิจของตัวเอง หรือกลุ่มผู้ผลิตสินค้าชุมชนต่างๆ ก็สามารถนำความรู้นี้ไปใช้ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของตัวเองได้

“มหาวิทยาลัยก็วางแผนต่อยอดให้ โดยคุยกับอาจารย์ว่า คนไหนที่สนใจจริงๆ อาจจะมาเข้าทีมกับอาจารย์ เพื่อติดตามเรียนรู้งาน หรือใครต้องการมีธุรกิจก็เข้ามาคุยกับเราได้ผ่านหน่วยบ่มเพาะธุรกิจของที่นี่ เรามองว่าเด็กที่มาเรียนในแต่ละรุ่น ซึ่งอยู่ที่รุ่นละ 50 คน ถ้าเพียง 10% นำไปต่อยอดได้ ก็ถือว่าโอเคแล้ว โดยมองที่จะทำให้เขาสร้างเครือข่าย และนำศักยภาพของความร่วมมือนี้ไปต่อยอดโอกาสให้กับพวกเขาเองในอนาคต”

ด้าน รศ.ดร.ประเวทย์ ตุ้ยเต็มวงศ์ รองคณบดีฝ่ายวิชาการ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (บางมด) หนึ่งในคณาจารย์ผู้สอน บอกเราว่า การอบรมของที่นี่ จะไม่ได้มองต้นทุนทุกคนคือ “ศูนย์” แต่พยายามให้แต่ละคนนำประสบการณ์ที่ตัวเองมี มาร่วมแบ่งปันในการเรียนการสอนครั้งนี้

“คนที่เข้ามาต้นทุนของเขาจะต้องไม่ถูกลืมไป อย่างบางคนเขาบอกว่าเขามาเรียนตรงนี้เพราะอยากไปทำน้ำพริกขายเอง มาเรียนก็สามารถนำความรู้พัฒนาสินค้าของตัวเองได้ ไปต่อยอดจากสิ่งที่เขามี ประโยชน์มันจะหลากหลายขึ้นกับต้นทุนที่เขามีอยู่แล้ว เพราะสุดท้าย เด็กทั้งหมดอาจไม่ได้เป็นที่ปรึกษา แต่นำความรู้นี้ไปแตกเป็นสิ่งที่หลากหลายได้ อย่างอาจไปเป็นผู้ผลิตก็ได้ บางคนเขาเก่งกว่าอาจารย์จากประสบการณ์ที่เคยทำธุรกิจมา นี่จึงเหมือนเป็นการมาเพิ่มออปชั่นให้กับเขา เติมเต็มสิ่งที่เขายังไม่รู้ แล้วเขาจะหยิบออปชั่นตรงนี้ไปใช้ได้ ไปประเมินตัวเองได้ว่าเขาควรไปทางไหนดี”

อาจารย์ประเวทย์ บอกว่า คิดว่ามีส่วนหนึ่งที่สนใจเป็นปรึกษาจริงๆ อย่างเด็กที่มีพื้นฐานด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์ หรือโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่ประมาณ 5-6 คน ที่จะสามารถต่อยอดไปเป็นที่ปรึกษาได้ในอนาคต โดยกลุ่มนี้ต้องไปเรียนเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ใบรับรอง

“เด็กกลุ่มนี้อย่างกลุ่มที่เรียนวิศวะมา เขารู้จักเครื่องมือต่างๆ ดี สามารถนำเอาหลักความรู้ที่มี ผสมผสานเข้ากับความรู้เรื่องมาตรฐานที่เรียนได้ ช่องทางของเขา อย่างการให้คำปรึกษาเรื่องการก่อสร้างโรงงาน เพื่อให้ได้มาตรฐานเป็นต้น”

ด้านผู้เรียน “สุรชัย แซ่คู” หนึ่งในสมาชิกรุ่น 1 โครงการต้นกล้าอาชีพ หลักสูตรที่ปรึกษาตรวจสอบมาตรฐานด้านความปลอดภัยในอุตสาหกรรมอาหาร บอกเราว่า หลังเรียนจบจากคณะวิทยาศาสตร์ ด้านการจัดการอุตสาหกรรม เขาก็เข้าเป็นพนักงานฝ่ายขายของบริษัทขนาดกลางแห่งหนึ่ง หลังพบว่าเด็กที่เรียนจบในคณะเดียวกันในแต่ละปีมีจำนวนมาก ขณะที่โรงงานต่างๆ พร้อมรองรับเด็กอย่างพวกเขาเพียง 1-2 คนต่อโรงงานเท่านั้น แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัด เมื่อบริษัทหลบไม่พ้นวิกฤติเศรษฐกิจ ส่งให้ยอดขายทรุดฮวบ จนต้องยื่นซองขาวให้เขากลายเป็นหนึ่งใน “ผู้ตกงาน”

“ผมคิดว่าชีวิตมันต้องสู้ต่อไปนะ เพราะเราก็มีความรู้มาพอสมควร ตอนแรกตั้งใจเลือกอบรมการจัดการอุตสาหกรรมเพื่อลดต้นทุน แต่ไม่มีการเปิดสอน เพราะจำนวนผู้เรียนไม่พอ จึงมาลงเรียนที่ปรึกษา ซึ่งผมจบทางด้านการจัดการอุตสาหกรรมมา จึงมองว่ามันน่าจะต่อยอดความรู้ไปได้ อย่างเรื่องมาตรฐาน GMP เรื่องสารเจือปนในอาหาร มันเป็นอันตรายอย่างไร ป้องกันได้อย่างไร กระบวนการผลิตที่ถูกต้องควรเป็นอย่างไร โดยหลังจากเรียนจบตั้งใจไปสมัครเป็นที่ปรึกษาในโรงงานอุตสาหกรรมอาหาร”

สุรชัยบอกเราว่า อาชีพการเป็นที่ปรึกษามันสำคัญกับโลกธุรกิจปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องมาตรฐานความปลอดภัยในอาหาร ที่เชื่อมโยงไปยังผู้บริโภค อุตสาหกรรมอาหารจึงต้องตระหนักในเรื่องมาตรฐานเหล่านี้มากขึ้น และนั่นก็คือโอกาสของพวกเขาในตลาดงานด้านนี้ในอนาคต

การอบรมหลักสูตรที่ปรึกษาความปลอดภัยด้านอาหาร รุ่นแรกกำลังจะปิดฉากลงแล้ว และเตรียมเปิดรับสมัครรุ่นต่อไปภายในวันที่ 10-16 มิ.ย.นี้ ผู้ที่สนใจไปอัพเดทข้อมูลได้ที่ www.tonkla-archeep.com เพื่อต่อลมหายใจผู้ตกงานไม่ให้ใช้เวลาว่างไปแบบไม่เสียเปล่า แถมยังมีโอกาสลุกขึ้นมาเติบใหญ่ได้อีกในอนาคต

สำหรับ “โครงการต้นกล้าอาชีพ” อยู่ภายใต้สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายในปี 2552 เปิดอบรมทั้งสิ้น 6 รุ่น มีจำนวนผู้เรียน 125,000 คน โดยมีการอบรมไปแล้วจำนวนทั้งสิ้น 4 รุ่น จำนวน 70,000 คน

Key to success : อาชีพกูรูมาตรฐานอาหาร
๐ กระแสความปลอดภัยด้านอาหาร
๐ คนรู้น้อย ความต้องการเยอะ
๐ อุตสาหกรรมอาหารยังมีขนาดใหญ่
๐ เอาไปประยุกต์ใช้กับ “ต้นทุน” ที่มีได้
๐ ต่อยอดไปเป็นที่ปรึกษาได้ในอนาคต