หลังจาก “ช่วยเหลือคนที่อยู่ในบ้านและเร่งดับไฟ” จากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจโดยมาตรการเร่งด่วนในระยะแรกแล้ว เจตนารมย์ของมาตรการระยะที่ 2 (มาตรการระยะกลางและระยะยาว) คือ “ซ่อมแซมหรือสร้างบ้านใหม่” โดยการสร้างงาน และการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาวตามยุทธศาสตร์ที่ 3 เป็นหลัก ซึ่งรัฐบาลจะพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว และลดการพึ่งพาทรัพยากรน้ำมันจากต่างประเทศ ทั้งนี้ รัฐบาลมีแผนที่จะลงทุนประมาณ 1.56 ล้านล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า เพื่อสร้างงานรองรับผู้ว่างงานจากภาวะเศรษฐกิจหดตัว และยกระดับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ทั้งในด้านการขนส่งและโลจิสติกส์ ด้านทรัพยาการน้ำ ด้านการเกษตร ด้านพลังงาน ด้านการศึกษา ด้านสาธารณสุข และด้านการท่องเที่ยว และ พัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์ (creative economy)
โดยในระยะกลางช่วง 15 เดือนข้างหน้านี้ รัฐบาลจะเน้นการลงทุนในโครงการเพื่อรองรับภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบรุนแรง โดยให้ความสำคัญกับโครงการที่มีลักษณะดังต่อไปนี้
- สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที
- มีโอกาสรั่วไหล (คอร์รัปชั่น) น้อยที่สุด
- มีการใช้ส่วนประกอบต่าง ๆ ที่ผลิตในประเทศไทยเป็นส่วนใหญ่ เพื่อทำให้มั่นใจว่าเม็ดเงินของการลงทุนดังกล่าวคงอยู่ในประเทศ และ
- มีลักษณะทางภูมิศาสตร์ที่ครอบคลุมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำให้เกิดการจ้างงานในชนบท เพื่อรองรับแรงงานที่จะย้ายกลับถิ่นฐานจากการหดตัวของภาคอุตสาหกรรมเพื่อการส่งออก
การลงทุนในระยะยาว
สำหรับในระยะยาว เป้าหมายหลักของการลงทุนของรัฐบาล คือการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และการพัฒนาปัจจัยพื้นฐานในภาคเศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืนตามแผนการพัฒนาทั้ง 7 ด้าน ดังต่อไปนี้
- ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบการกระจายน้ำและพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับภาคเกษตรและอุตสาหกรรม ครอบคลุมงานก่อสร้างและปรับปรุงระบบชลประทานทั่วประเทศ และงานก่อสร้างฝายแหล่งกักเก็บน้ำขนาดเล็กเพื่อให้เป็นแหล่งดูดซับน้ำ รวมทั้งการลงทุนทางด้านแหล่งน้ำในเขตอุตสาหกรรมภาคตะวันออก
- ปรับปรุงระบบคมนาคมขนส่งและโลจิสติกส์ให้ทันสมัยในระดับสากล เพื่อลดต้นทุนและพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ในภูมิภาค ซึ่งจะครอบคลุมการลงทุนทั้งในกรุงเทพมหานครและกระจายโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งไปทั่วประเทศ
- เพิ่มศักยภาพในการสร้างรายได้ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว โดยการฟื้นฟูภาพลักษณ์และส่งเสริมตลาดท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการลงทุนพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่มีศักยภาพ และการ ฟื้นฟูแหล่งท่องเที่ยวที่เสื่อมโทรม เพื่อให้การท่องเที่ยวยังคงเป็นแหล่งสร้างรายได้หลักของประเทศอย่างยั่งยืน
- พัฒนาศักยภาพของเศรษฐกิจเชิงสร้างสรรค์เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ครอบคลุม 4 ด้านคือ มรดกทางวัฒนธรรมและธรรมชาติ งานฝีมือและออกแบบ งานศิลปะ และงานด้านสื่อและสิ่งพิมพ์
- ยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ทั้งระบบให้ทันสมัย (Education Modernization Program) การปรับปรุงอาคารเรียน ห้องเรียน ห้องสมุด และห้องปฏิบัติการของโรงเรียนให้มีมาตรฐานเดียวกันและทันสมัยทั่วประเทศ โดยให้ภาคเอกชนและชุมชนในท้องถิ่นมีส่วนร่วม ควบคู่กับการเชื่อมโยงสร้างเครือข่ายการเรียนรู้และองค์ความรู้ตามแนวคิด บ้าน-วัด-โรงเรียน ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ พัฒนาทักษะการผลิตและการใช้เทคโนโลยี เพื่อสนับสนุนการยกระดับคุณภาพมาตรฐานการศึกษาและการเรียนรู้
- ปฏิรูปคุณภาพระบบสาธารณสุขเพื่อลดต้นทุนการรักษาพยาบาลในระยะยาว โดยครอบคลุมแผนงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ การพัฒนาระบบบริการสาธารณสุข การผลิตและพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ และการพัฒนาระบบข้อมูล
- ลงทุนเพื่อการยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตในระดับชุมชนและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ชุมชนและประชาชนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ได้รับการบริการพื้นฐานในการดำเนินชีวิตที่พอเพียงทั่วถึงโดยมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงเพิ่มขึ้น มีแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค มีน้ำสะอาดและบริการประปาเพิ่มขึ้น สร้างอาชีพและรายได้ของชุมชนในระยะยาว





